วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)สบายทุกการขับเมื่อมีระบบตรวจจับจุดบอด FORD EVEREST Car GURU By Setthi

(มีคลิป)สบายทุกการขับเมื่อมีระบบตรวจจับจุดบอด FORD EVEREST 
Car GURU By Setthi                                                 

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

Bindspot" คือระบบตรวจจับจุดบอด ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถได้ง่ายขึ้นเเละยิ่งมือใหม่หรือคนที่สายตาไม่ค่อยดีนักรับรองว่าปลอดภัย เเละยิ่งกลางคืนเราจะดูอะไรไม่เห็นเเต่ระบบนี้สามารถตรวจจับจุดบอดให้ผู้ขับขี่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน เเละเเน่นอน ค่ายวงรีสีน้ำเงินพันธ์เเกร่งไม่พลาดที่จะใส่ฟังก์ชั่นเเบบนี้มา ฟอร์ดมอบระบบตรวจจับจุดบอดให้ใน EVEREST 

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ




ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channelช่อง Carguru-bysetthi

หลักการทำงานเบื้องต้น

ระบบตรวจจับจุดบอดจะตรวจจับวัตถุที่เราไม่สามารถมองเห็นในกระจกได้โดยวัตถุเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเพราะระบบจะดับได้ทั้งวัตถุที่เคลื่อนไหวเเละหยุดนิ่ง โดยการส่งสัญญาณเตือนจะส่งสัญญาณไปที่กระจกมองข้าง กรณีจับจุดบอดได้ฝั่งขวาก็จะเเสดงไปที่กระจกด้านขวา กรณีจับด้านซ้ายก็จะส่งสัญญาณไปที่กระจกด้านซ้าย เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีสิ่งกีดขวาง

การตั้งค่า
สำหรับในรุ่น EVEREST
-DRIVER ASSIST
-Bindspot เลือกเครื่องหมายถูก



รุ่นปัจจุบันที่มี
EVEREST 2.2เเละ 3.2 TITANIUM+

เรื่องราวสั้นๆที่มีประโยชน์เทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆที่ฟอร์ดใส่ใจ เเละเเน่นอน Carguru-bysetthi เป็นเว็ปที่เเนะนำการใช้งาน เพราะเทคโนโลยีเเค่มีถ้าใช้ไม่เป็นก็ไร้ประโยชน์ 
ติดตาม Carguru-bysetthi ได้ทุกๆช่องทางเช่นเดิม



วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)LEDบนกระจกFORDทำงานอย่างไร ระบบเตือนการชนด้านหน้า FORD PRE-Collision Car GURU-By Setthi

LEDบนกระจกทำงานอย่างไร
ระบบเตือนการชนด้านหน้า 
FORD PRE-Collision          
Car GURU-By Setthi                                  

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947


PRE-Collision ระบบนี้ สาวก F O R D คงจะรู้จักกันดีเเต่มันทำงานอย่างไรละ ต้องตั้งค่ามั้ย ปรับระดับการเตือนมั้ย อันนี้ต้องมาหาคำตอบกัน ถ้าว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เเล้ว ค่าย วงรีสีน้ำเงินอย่างฟอร์ดเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเสมอ คนที่ใช้รถฟอร์ดจะได้ใช้เทคโนโลยีก่อนไครๆ อย่างเช่นคอลัมน์นี้ เทคโนโลยี ระบบเตือนการชนด้านหน้า ที่ฟอร์ดมอบให้มาสามารถทำให้ผู้ขับขี่ขับรถได้อย่างมั่นใจเเละปลอดภัยยิ่งขึ้น
เลื่อนลงด้านล่างเพื่อรับชมวีดีโอ





ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carGuru-bysettgi

รุ่นรถที่มีระบบนี้
-EVEREST 2.2 เเละ 3.2 TITANIUM+
-RANGER WILDTRAK 3.2 

หลักการทำงานเบื้องต้นระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า

ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 8 กม./ชม. ใช้เรดาร์ที่กันชนหน้าเท่านั้น (ไม่ต้องพูดถึงกล้องหน้านะครับเพราะกล้องที่กระจกคือตัวจับสัญญาณให้lane keeping) 
pre collision ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ตัวเดียวกันกับAdaptive เวลาทำงาน  pre จะทำแสดงผลที่จอ TFT ตอนความเร็วที่ 30 แต่ตามเทคนิคระบบจะตรวจจับวัตถุได้ตั้งแต่ความเร็วที่ 8  คือ8-29ระบบก็ทำงาน.  เเต่เเสงการเตือนที่TFT เมื่อความเร็ว8ขึ้นไป.  ผมคาดว่ามันขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในการเตือน หากมันไม่อันตราย วิ่งช้าๆ มันไม่ต้องเตือน เหยียบเบรกยังไงก็ทันลองคิดในแง่นี้ดูแล้วกันน่ะครับ 

โดยการเตือนแบ่งเป็น 2 แบบ
1. แบบ LED ขีดสั้น คือการแจ้งเตือนว่ารถเราอยู่ในระยะที่ใกล้แล้ว ซึ่งระบบทำการเตือนเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติม!!!!
2. แบบ LED ขีดยาว และมีเสียงร้องเตือนที่หน้าปัด คือตรวจจับได้ว่ารถเรากำลังเร่งเข้าไปวัตถุด้านหน้า ซึ่งเป็นระยะอันตราย เเละมีรูปรถชนตูดกันที่หน้าปัด TFT นอกจากการเตือน ระบบจะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกไว้ให้ 0.3 กรัมในระบบ เพื่อให้เราเหยียบเบรกได้ทัน(ย้ำเเค่เตรียมน้ำมันเบรกไม่ได้เบรกให้น่ะครับ)

 **นอกจากนั้น หน้าปัด TFT ด้านขวา รูปรถจะเเสดงบอกระยะห่างระหว่างรถเรากับรถคันหน้า เป็นสี เทา เหลือง และแดง(เเต่ต้องไปตั้งค่าเปิดใช้งานการเเวดงรูปรถก่อนน่ะครับ)ซึ่งรูปรถที่เห็นจะปรากฎเมื่อความเร็วเกิน 30 กม./ชม. เท่านั้นนะครับ ส่วนระยะห่างของสีคือ

เทา = มากกว่า 25 เมตร หรือ มากกว่า 0.9 วินาที
เหลือง = ระหว่าง 17-25 เมตร หรือ ระหว่าง 0.6-0.9 วินาที
แดง = น้อยกว่า 17 เมตร หรือ น้อยกว่า 0.6 วินาที ***ระยะนี้คือระยะที่ประมายการด้วยสายตาครับ. 
นอกเหนือจากการเตือนเเบบ LED เเละ การเตือนเป็นรัศมีบนหน้าจอTFT เเล้ว หากเราเข้าใกล้รถคันหน้าจนเกินไประบบจะมีเเสียงร้องพร้อมกับรูปรถชนตูดกันบนหน้ืจอTFT อีกด้วย

การตั้งค่า
-ไปที่ Driver Assist 
-pre-collision
-จากนั้นจะเจอหน้าต่าง 
มีคำว่า on ให้เลือกติ้กถูกน้าคำว่า on 
ถัดมาจะเจอคำว่า Alert sensitivity
ใน Alert sensitivity จะมีโหมดย่อยคืดความรู้สึกระยะห่างที่ระบบจะเเจ้งเตือน
-high ระยะจะห่างที่สุดประมาน 60 กว่าเมตร
-nomal ระยะปานกลาง ประมาน 30 กว่เมตร
-low ต่ำสุด ประมาน น้อยกว่า 25 เมตร
**หมายเหตุ ระยะที่เเจ้งเป็นการประเมินด้วยสายตาเปล่าจากการทดสอบจริงครับ. 
ต่อมา หน้าต่างสุดท้าย Dist.Indication
หากเราเลือกติ้กถูก จะมีรูปรถเเสดงรัศมีที่หน้าจอ TFT เมื่อคงามเร็วเกิน 30 
ครับ 

บทความโดยเศรษฐี Carguru-bysetthi 

ลักษณะการทำงานของเซ็นเซอร์
เซ็นเซอร์adaptiveเเละpre-conllision ตัวเดียวกัน

1. เซ็นเซอร์ที่กันชนหน้า ของระบบเตือนการชนด้านหน้าเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกันกับ Adaptive Cruise Control  pre จะเริ่มทำงานที่ 8km/hr เเต่ว่าเวลาทำงาน  pre จะทำแสดงผลบน TFTตอนความเร็วที่ 30 แต่ตามเทคนิคระบบจะตรวจจับวัตถุได้ตั้งแต่ความเร็วที่ 8  ผมคาดว่ามันขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในการเตือน หากมันไม่อันตราย วิ่งช้าๆ มันไม่ต้องเตือน เหยียบเบรกยังไงก็ทันลองคิดในแง่นี้ดูแล้วกันครับ. 

2. ไฟ LED ที่กระจก ถ้าขีดสั้นหมายถึงการเตือนธรรมดา  หรือว่าง่ายๆ รถเรา กับรถคันหน้าอยู่ในระยะไม่ใกล้จนเกินไป แต่หากเป็นขีดยาว จะมีเสียงเตือนที่หน้าปัด คือการเตือนที่อันตราย รถจะเตรียมน้ำมันเบรกไว้ให้พร้อม เพื่อที่เราจะได้หยุดทัน แต่ไม่มีการเบรก หรือชะลอรถให้ครับ. 

ส่วน Adaptive Cruise Control หากรถคันหน้าเบรก รถเราก็เบรกนะครับ ไม่ใช่การชะลอ แต่มันเบรกเลยครับ.  
3.pre-collisionทำงานที่ 8km/h ขึ้นเเต่จะเเสดงผลบนTFTที่ 30 km/hr ขึ้นไป...ส่วนadaptive ความเร็วเริ่มต้นที่ใช้งานได้คือ 30km/hr
***ทั้ง2ระบบ ทำงานพร้อมกันถึงเเม้ว่าจะใช้เซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน. ยืนยันครับ

เเละนี่ก็เป็นเรื่องราวเทคโนโลยีดีๆที่ Carguru-bysetthi  เอามาฝากกันเสมอ เพราะเทคโนโลยีเเค่มีไม่เกิดประโยชน์ต้องใช้เป็นจึงจะเกิดประโยชน์ 
สามารถติดตามเรื่องราวดีๆได้ทุกช่องทางสะดวก




วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

FORD Adaptive Cruise Control เบรกทันทีเมื่อคันหน้าเบรกCar GURU-By Setthi

FORD Adaptive Cruise Control 
เบรกทันทีเมื่อคันหน้าเบรกCar 
GURU-By Setthi                                       

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

AdaptiveCruise Control
คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเเบบรักษาระยะห่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบระบบนี้ในรถ SUV ที่มีราคาสูงๆหรือค่ายรถดังๆที่มีราคาเริ่มต้น หลัก 3 ล้าน ฟังมาอาจดูเวอร์ไปเเต่ปัจจุบันยังหาระบบนี้จากรถที่มีราคาล้านกว่าๆยากจริงๆ เเละยิ่งรถกระบะต้องบอกเลยว่าเเทบจะไม่มีค่ายไหนใส่ให้มา เเต่เจ้านี้เค้าเป็นเจ้าเเรกที่ใส่มาให้ในรถกระบะอีกเเล้ว นั่นก็คือ FORD นอกจากจะใส่มาให้ใน EVEREST เเล้ว ในกระบะรุ่น WILDTRAK 3.2 ยังสามารถสนุกเเละปลอดภัยกับเทคโนโลยีนี้ได้อย่างคุ้มค่าเเน่นอนกับ F O R D




ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channei ช่อง carguru-bysetthi

การเริ่มทำงาน
ระบบควบคุมความเร็วเเบบรักษาระยะห่าง
(Adaptive cruise control)
ระบบจะเริ่มทำงานที่ความเร็ว30km/hr
ระบบจะควบคุมความเร็วรถเองเเละรักษาระยะห่สงโดยการเบรคให้เองอัตโนมัติ

-การเปิดใช้งานให้ไปที่เมนู
Driver Assist เลือกเมนูย่อย cruise control
จากนั้นจะมีให้เราเลือกเปิดใช้หรือไม่ใช้ก็ได้
ในหร้าต่างนี้จะมีคำว่า Adaptive เเละ Namal
หากต้องการเปิดใช้ให้เลือก Adaptive หากไม่ต้องการใช้ให้เลือก Nomal ****
****หมายเหตุ:หากเลือก nomal ระบบจะควบคุมความเร็วอัตโนมัติอย่างเดียวจะไม่มีการรักษาระยะห่างให้เราระบบจะไม่เบรคให้เรา!!! 

-การตั้งค่า
หลังจากเปิดใช้งานการตั้งค่าสามารถตั้งค่าระยะห่างได้จากพวงมาลัยโดยจะมี ให้เลือก 4 ระดับ
**โดยระดับจะเเสดงที่หน้าจอTFT ก็ต่อเมื่อเรากดปุ่ม เปิด  Cruise control  ใช้งาน เมื่อเปิด cruise control ใช้งานระดับบน TFT จะเเสดงเราสามารถกดเลือกระดับได้
โดยระดับจากการทดสอบส่วนตัวของเศรษฐี
เป็นการประมานการด้วยสายตา
ระยะห่างของระบบควบคุมความเร็วเเบบรักษาระยะห่าง(adaptive)

ความเร็วรถ 100
ตั้งระดับ 1ขีด ระยะห่าง = ประมาน 25-30เมตร
ตั้งระดับ 2ขีด ระยะห่าง = ประมาน 35-30เมตรตั้งระดับ 3ขีด ระยะห่าง = ประมาน 45-50 เมตร
ตั้งระดับ 4ขีด ระยะห่าง = ประมาน 60-65 เมตร
ระยะห่างโดยประมานครับก่ะกับสายตา
โดยทดสอบความเร็วรถที่ 100km/hr
หากรถเร็วกว่านี้ระยะห่างจะสั้นลงด้วยครับ


เศรษฐี


***หมายเหตุ
-ระบบจะไม่ทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า20
-ระบบจะไม่ทำงานหากเบรคติดต่อกันนานจนเกินไป
-เมื่อไหร่ที่คนขับกลับมาเหยียบคันเร่งเองระบบจะโดนยกเลิกทันทีจะไม่เบรกให้หากเราเข้าใกล้รถคันหน้า

เเละนี่ก็เป้นอีกเทคโนโลยีนึงที่ Carguru-bysetthi อยากเเนะนำให้ใช้ เพราะเป็นประโยชน์มากๆ เเละคาดว่าคงจะพอเข้าใจหลักการทำงาน ที่ได้นำเสนอไป สามารถติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก



วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ปลอดภัยหายห่วงประตูRANGER จะล๊อกเองกรณีปลดล๊อกเเล้วลืมล๊อกรถกลับCar GURU-By Setthi

ประตูRANGER จะล๊อกเอง
กรณีปลดล๊อกเเล้วลืมล๊อกรถกลับ
Car GURU By Setthi                                  

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพประกอบ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947


RANGER" 2017 เป็นกระบะที่พลิกวงการได้เลยก็ว่าได้ ด้วยการอัดออปชั่นทั้งที่เราทราบเเละออปชั่นลับที่เรายังไม่ทราบอีกมากมายเเละด้วยหน้าตา  ที่มาด้วยความดุดัน พันธ์เเกร่งด้วยการดีไซด์จนได้รางวัลรถที่หล่อที่สุดในปี 2016 จนเป็นกระเเสเเละเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักขับกระบะทั้งหลายเพราะต้องบอกเลยว่าสมบูรณ์เเบบเเละคุ้มค่ากับราคา
           เเละยังมีออปชั่นลัปที่เป็นประโยชน์อีกมากมายที่ผู้ใช้งานยังไม่ทราบเเละยังใช้ฟังก์ชั่นต่างๆเหล่านั้นยังไม่ถูกต้อง Carguru-bysetthi จึงอาจเป็นช่องทางนึงที่จะสื่อสารให้คนรักฟอร์ดได้ใช้ฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างสมบูรณ์เท่าที่จะสามารถ เเละคอลัมน็นี้ก็มีเกล็ดความรู้มีรีวิวให้เเฟนคลับเเละท่านผู้ติดตามทุกท่านได้เห็นถึงประโยชน์ฟังก์ชั่นลับที่อาจยังไม่ทราบหรือทราบเเล้วเเต่ยังใช้ไม่ถูก

ดูวีดีโอเลื่อนลงด้านล่าง



ขอบคุณวีดีโอจาก Youtube Channel ช่อง CarGuru-bysetthi


ชวนตั้งชื่อระบบ?
ฟังชั่นนี้เป็นฟังก์ชั่นที่ไม่ได้มีบอกไว้ในโบรชัวร์ CarGuru-bysetthi เลยอยากชวนเเฟนคลับตั้งชื่อระบบนี้กัน ร่วมสนุกผ่านเพจเเฟนบุ๊กได้ CarGuru-bysetthi

ลักษณะการทำงาน
-ไม่ต้องตั้งค่าใดๆ เป็นค่ามาตรฐานจากโรงงาน
-ทำงานกรณีลืมล๊อกประตู
-เมื่อเราปลดล๊อกประตูด้วยรีโมทเเล้วไม่มีการเปิดประตูเกิดขึ้น หลังจากนั้นประมาณ 45 วินาที ระบบจะล๊อกรถให้เราทันทีเพื่อป้องกันการโจรกรรม

ลิมิตเเละขอบเขตความสามารถ
-จะทำงานในกรณีที่มีการปลดล๊อกประตูเเต่ไม่มีการเปิดประตู
-กรณีมีการเปิดประตูเเล้วระบบจะไม่ทำงานเพราะระบบจะเข้าใจว่าเจ้าของรถเข้าไปอยู่ในรถเรียบร้อยเเล้วซึ่งการเข้าไปอยู่ในรถเราสามารถล๊อกรถจากด้านในได้ระบบจึงไม่ทำงานให้ในกรณีมีการเปิดประตู

ประโยชน์""
:เเน่นอน กรณีเรากดปลดล๊อกเเล้วเราไม่ได้เข้าในรถ เเล้วเราเกิดไปทำธุระอย่างอื่นระบบล๊อกรถให้ทันทีปลอดภัยหายห่วง

เเละนี่ก็เป็นออปชั่นลับอีกอย่างนึงที่ใครหลายคนอาจยังไม่ทราบ ที่ CarGuru-bysetthi พยายามเอามาฝากกันผิดบ้างถูกบ้างปะปนกันไปเเต่เทคโนโลยีฟอร์ดมีมากมาย เทคโนโลยีมีถ้าใช้ไม่เป็นก็ไร้ประโยชน์ 
ติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก
ติดตามผ่านเฟสบุ๊กแฟนเพจ พิมพ์ CarGuru-bysetthi





(มีคลิป)ปุ่มเดียวเสียวได้ปุ่ม ESP ใช้งานอย่างไร FORD -Car GURU-By Setthi

ปุ่มเดียวเสียวได้
ปุ่ม ESP ใช้งานอย่างไร FORD 
Car GURU-By Setthi                          
  
เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพประกอบ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

ESP หรือ(ESC) คือ "Electronic Stability Program (Control) "
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
TCS......................คือ "Traction Control System "
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
หลายคนที่อยู่วงการรถคงจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เเต่ส่วนมาก 2 ระบบนี้จะอยู่ในรถระดับตัวท้อปๆ ซ่ะเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ดี ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก ABS EBD เเต่ในฟอร์ดเราจะเรียกระบบนี้ว่า ESP เเละ TCS ส่วนระบบความปลอดภัยบางค่ายจะเรียกว่า ESC หรือ VSC เเล้วเเต่จะตั้งชื่อเเต่มันคือระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถนั่นเอง เเละความพิเศษของฟอร์ดที่เเตกต่างจากค่ายอื่นๆคือ เราจะพบเจอระบบพวกนีร้ได้ตั้งเเต่รุ่นไม่ท้อป เช่นในรถเก๋ง เเต่ในรถกระบะของฟอร์ดก็ยังคงใส่ในตัวท้อปเช่นกัน 
"เเต่ประเด็น"ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีในรุ่นไหน มันอยู่ที่ว่าใช้งานกันถูกหรือไม่ เพราะเทคโนโลยีคือดาบ 2 คม หากความตั้งใจอยากกดเปิดเเต่กลายเป็นปิดระบบ อันตรายอาจมาเยือนโดยไม่รู้ตัว Carguru-bysetthi เลยขอเอาโอกาศนี้หยิบยกการใช้งานปุ่ม ESP มาพูดคุยกันในคอลัมน์นี้
สาเหตุที่ฟอร์ดสร้างปุ่ม เปิด - ปิด (ความเห็นส่วนตัว)
1.เพื่อภาพลักษณ์ทางการตลาดเพราะหากมีปุ่มจะทำให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นว่ามีระบบนี้เเน่นอนเพราะจับต้องด้วยสายตาได้นั่นเอง
2.เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการขับด้วยความมันส์อย่างเต็มลิมิตของเครื่องยนต์โดยที่ไม่ต้องมีระบบใดๆมารั้งไว้ 
ESP ใช้ผิด  ชีวิตอาจอันตราย

รับชมวีดีโอ เลื่อนลงข้างล่าง



ขอบคุณวีดีโอจากYoutube Channel ช่อง Carguru-bysetthi


รุ่นรถฟอร์ดที่มี ESP
-FIESTA รุ่น TREND ขึ้นไป
-ECOSPORT ทุกรุ่นยกเว้น เกียร์ธรรมดาซึ่งไม่มีขายเเล้ว
-FOCUS 
-RANGER WILDTRAK ขึ้นไป
-EVEREST ทุกรุ่น

วิธีใช้งานในเเต่ละรุ่น
-FIESTA ไม่มีปุ่มกด ทำงานอัตโนมัติจะเเสดงเวลาระบบทำงานหรือเวลาที่รถเสียการทรงตัว
-ECOSPORT ไม่มีปุ่มกด ทำงานอัตโนมัติจะเเสดงเวลาระบบทำงานหรือเวลาที่รถเสียการทรงตัว
-RANGER WILDTRAK มีปุ่มกด เเต่ระบบทำงานอัตโนมัติ กรณีกดปุ่ม 1 ครั้งเท่ากับปิด TCS
กรณีกดปุ่มเเช่ รอสัญลักษณ์กระพริบ เท่ากับปิดระบบ ESP เเละ TCS 
-EVERESTมีปุ่มกด เเต่ระบบทำงานอัตโนมัติ กรณีกดปุ่ม 1 ครั้งเท่ากับปิด TCS
กรณีกดปุ่มเเช่ รอสัญลักษณ์กระพริบ เท่ากับปิดระบบ ESP เเละ TCS 

สาเหตุที่ต้องสร้างปุ่มเปิดปิด (ความเห็นส่วนตัว)
1.เพื่อภาพลักษณ์ทางการตลาดเพราะหากมีปุ่มจะทำให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นว่ามีระบบนี้เเน่นอนเพราะจับต้องด้วยสายตาได้นั่นเอง
2.เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการขับด้วยความมันส์อย่างเต็มลิมิตของเครื่องยนต์โดยที่ไม่ต้องมีระบบใดๆมารั้งไว้ 

กรณีระบบเเสดงสัญลักษณ์หน้าจอ
1.กดปิด ระบบที่ปุ่ม(RANGER เเละ EVEREST)
2.ใช้ขับเคลื่อน4ล้อ โหมด 4LOW ระบบจะปิดเองอัตโนมัติ
3.ระบบกำลังทำงานหรือรถเสียการทรงตัวเเล้วระบบจับได้ระบบจะเเสดงรูปรถถนนลื่นบนหน้าจอ เเต่กรณีนี้ไม่มี คำว่า OFF มีเเต่รูปรถถนนลื่นอย่างเดียว

ประโยชน์ 
ทำให้ผู้ขับขี่รถได้อย่างมั่นใจเเละปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เเละนี่ก็เป็นเรื่องราวที่สามารถทำให้ผู้ขับขี่สามามารถใช้เทคโนโลยี F O R D ได้อย่างถูกต้องเเละปลอดภัยที่สุดเพียงติดตาม Carguru-bysetthi
สามารถติดตามได้ทุกช่องทาง





วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

(มีคลิป)EVEREST ประตูหลังไฟฟ้าขั้นเทพเปิด-ปิดได้3จุด-ป้องกันหนับ+ตั้งระดับ-Car GURU-By Setthi

EVEREST 
ประตูหลังไฟฟ้าขั้นเทพ
เปิด-ปิดได้3จุด-ป้องกันหนับ+ตั้งระดับ-
Car GURU-By Setthi                                          

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพประกอบ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

EVEREST " เมื่อได้ยินคำนี้ทุกคนคงจะทราบกันดีว่าเป็น SUV ที่เพียบพร้อมทุกการเดินทางเพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีทุกๆด้านที่เอามารวมไว้มนรถคันนี้ ไม่ว่าด้านความปลอดภัย ด้านช่วยเหลื่อผู้ขับขี่เเละด้านความสะดวกสะบาย 
ประตูหลังไฟฟ้า"ก็เป็นอีกฟังก์ชั่นนึงที่น่าทึ่งใน F O R D EVEREST เพราะขีดความสามารถของประตูไฟฟ้ายังมีลูกเล่นย่อยอีกมากมายไม่ใช่เเค่เปิดเปิดได้กับไฟฟ้าอย่างเดียวยังมีลูกเล่นที่เสริมความปลอดภัยควบคู่มาอีกด้วย ส่วนจะมีอะไนั้นตามไปดู

ดูคลิปเลื่อนลงด้านล่าง
ดูเนื้อหาวิธีตั้งค่าเลือนลงล่างสุด




ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carguru-bysetthi



ตำเเหน่งการเปิด-ปิด
ตำเเหน่งการเปิด-ปิดประตูหลังไฟฟ้าใน EVEREST มีทั้งหมด 3 จุด
1.ที่รีโมท จะมีสัญลักษณ์ 2x
2.ที่สวิชที่ประตูท้าย
3.ปุ่มสวิชใต้พวงมาลัย

เงื่อนไขการใช้รีโมทเปิด
-กด 2x 2ครั้ง เพื่อเปิดปิด
-กด 2x 2ครั้ง เพื่อชลอหรือสั่งหยุดระหว่างทางการขึ้นลงได้
-กรณีรถล๊อกอยู่สามารถใช้รีโมทเปิดได้โดยไม่ต้องปลดล๊อกรถ

เงื่อนไขการใช้สวิชที่ประตูท้าย
-กดปุ่มเพื่อ เปิด-ปิด
-ตั้งระดับได้จากปุ่มนี้โดยการเอามือเลื่อนเลือกระดับที่ต้องการเเล้วกดเเช่รอเสียงติ๊ดตอบรับ
-สามารถตั้งค่าหยุดการใช้งานสวิชที่ประตูได้

การตั้งค่าหยุดการใช้งานสวิชที่ประตูท้าย
-SETTING
-VEHICLE
-POWER LIFTGATE
-DISIBLE SWITCH





เงื่อนไขการใช้สวิชใต้พวงมาลัย
-กดปุ่มเพื่อ เปิด-ปิด
-กรณีรถไม่ได้อยู่ในตำเเหน่งเกียร์P ปุ่มนี้จะใช้งานไม่ได้
-กรณีรถอยู่ตำเเหน่งอื่นหากกดปุ่มจะมีเสียงต่อต้านติ๊ดยาวเพื่อบอกว่าไม่ให้ใช้งาน

ปัจจัยร่วมในการใช้
-เนื่องจาก EVEREST มีโหมด DRIVER FRIST หรือโหมดปลดล๊อกประตูเฉพาะคนขับกรณีใช้โหมดเปิดได้เฉพาะคนขับ สวิชประตูหลังจะใช้งานไม่ได้ต้องปลดล๊อกดับเบิ้ลคลิกเพื่อให้รถปลดล๊อกบานอื่นก่อน

วิธีตั้งค่าระดับประตู
-เลื่อนระดับประตูตามความต้องการ
-กดปุ่มสวิชด้านในที่ไว้กดลงประตู กดเเช่ไว้
-รอเสียงตอบรับเป็นอันเสร็จสิ้น
**เปลี่ยนระดับได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
**ระบบป้องกันการหนีบเพียงเเค่เจอสิ่งกีดขวางที่เเข็งๆระบบก็จะยกประตูขึ้นเองทันทีเพื่อความปลอดภัย

ทั้งหมดนี้เป็นขอบเขตวิธีการเเละความสามารถของประตูไฟฟ้าใน FORD EVEREST ซึ่งลูกเล่นหลากหลายเหมาะที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนดโลยี เเละ Carguru-bysetthi ก็ไม่เคยพลาดที่จะนำข้อมูลดีๆการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆมาฝากกันเสมอ อยากทราบข้อมูลส่วนใดเกี่ยวกับฟอร์ดทิ้งคอมเมนต์ไว้ ทางเราจะทยอยตอบให้เเละนำมารีวิวเเน่นอน

ติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก





(มีคลิป)พิสูจน์ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันเกียร์AT-RANGER-Car GURU-By Setthi

รเห็นด้วยหรือไม่!
HLAเกียร์ATใช้เเรงส่งจากเกียร์D
HSAเกียร์MTใช้ระบบเบรกหน่วง-RANGER
Car GURU-By Setthi                              

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต

HLA= Hill Launch Aยssist หรือว่าระบบช่วยออกตัวบนทางลา่ดชันอยู่ในเกียร์AT
HSA= Hill Start Assist หรือว่าระบบช่วยออกตัวบนทางลา่ดชันอยู่ในเกียร์MT

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับ ระบบกันก่อนเมื่อทำความรู้จักเป็นที่เรียบร้อยเเล้วเรามาดูกันว่า 2 ตัวนี้ทำงานต่างกันอย่างไร หลักการทำงานอาจต่างกันเเต่หน้าที่ของ 2 อย่างนี้ เหมือนกันคือ ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ซึ่ง FORD RANGER WILDTRAK มีความพิเศษกว่าค่ายอื่นๆด้วยการใส่มาให้ในเกียร์ธรรมดาด้วย เเต่ในเกียร์ AT หลักการทำงานมันเป็นอย่างไร เเละเรียกว่า ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันได้หรือไม่ Carguru-bysetthi มีคำตอบ เเต่จะเห็นด้วยหรือไม่ ต้องมาช่วยกันวิเคราะห์

ดูคลิบเลื่อนลงด้านล่าง
ดูเนื้อหาการใช้งานเลื่อนลงล่างสุด





ขอบคุณวีดีโอจาก youtube Channel ช่อง carguru-bysetthi


ความเเตกต่าง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Carguru-bysetthi ทดลองเป็นการส่วนตัวมิได้มีจุดประสงค์ไม่ดีเเต่อย่างใดเเต่เพียงจะได้เห็นถึงหลฃักการทำงานของระบบเท่านั้น 
-จากการทดสอบ HLA ในเกียร์AT โดยเอารถรุ่น RANGER XLS ซึ่งเป็นตัวต่ำสุดสำหรับเกียร์AT  จะเห็นได้ว่า เมื่อเอารถไปจอดค้างบนทางลาดชันไว้ เมื่อเราใส่เกียร์ N เเล้วปล่อยเบรกรถจะไหล เเต่เมื่อใส่เกียร์ D รถจะหยุดนิ่ง จากการทดสอบ ความเห็นส่วนตัวสรุปได้ว่า หลักการทำงานของเกียร์ AT จะไม่ใช้เบรกเข้ามาร่วมเเต่จะใช้เเรงส่งจากเกียร์ D เเทน ซึ่งก็สามารถทำให้รถไม่ไหลได้เช่นกัน เเต่....เราจะเรียกมันว่า HLA ได้หรือไม่ลองวิเคราะห์กันดู
สรุปเกียร์AT
-จอดรถบนเนิน
-กดเบรกให้สนิท
-เข้าเกียร์D 
-ปล่อยเบรก .....รถไม่ไหล
-หากอยู่เกียร์N รถไหล
ในเกีย At ตามความเข้าใจพอเหยียบเบรค เเล้วใส่เกียD หรือR เนื่องจากเมื่อมีการเข้าเกีย กำลังระหว่างเครื่องยนต์กับ ระบบส่งกำลังได้ต่อกำลังกันเรียบร้อยเเล้ว พอเราปล่อยเบรก รถก็จะไม่ไหล เพราะรถพร้อมจะเคลื่อนที่เนื่องจากระบบได้ต่อกำลังเรียบร้อยเเล้วเเต่สาเหตุที่เคลื่อนที่ไม่ได้เพราะน้ำหนักตัวรถมันเย๊อะเราจึงต้องเหยียบคันเร่งช่วยเพื่อส่งรถขึ้นไป เพราะฉนั้นระบบhla ในเกียร์ At ใช้กำลังจากการต่อกำลังรอบเดินเบาของเครื่องยนต์เเละเกียร์มาช่วย
หรือสรุปง่ายๆคือใช้เกียร์เเละกำลังรอบเดินเบามาร่วมในการทำงานนั่นเอง
รุ่น AT เข้าเกีย D รถจึงไม่ไหลลง เพราะ อัตราทดเกียร์ ทำงานร่วมกับแรงบิด พร้อมรอบเดินเบาเครื่อง เลยมีกำลังพยุงรถไม่ให้ไหลลง
เนื่องจากรถเปล่าไม่บรรทุกน้ำหนัก  
***เเต่กรณีรถมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมีการบรรทุกหรือทางชันมากๆ เเรงโน้มถ่วงจะทำให้รถไหลง่ายขึ้น เพราะเเรงส่งเกียร์ไม่เพียงพอหากไม่เหยียบคันเร่ง
**ระบบhla จะดึงระบบเบรคเข้ามาร่วมโดยจะเบรคค้างไว้ 3 วิ เช่นกันเพื่อไม่ให้รถไหลลงแตกต่างจากกำลังเครื่องร่วมกับอัตราทดเกียรรอบเดินเบาตอนรถเปล่า

ซึ่ง"เเตกต่างจากเกียร์MT เเต่เกียร์MT จะหาระบบนี้ได้ยากต้อง F O R D เท่านั้นเเละอยู่ในรุ่น WILDTRAK MT สาเหตุที่ได้บอกว่าเเตกต่างเพราะ ระบบ HSA ใน เกียร์MT จะใช้ระบบเบรคเข้ามาร่วมในการทำงานเเตกต่างจากในเกียร์ AT โดยสิ้นเชิงที่ใช้เเรงส่งจากเกียร์ D เพราะอะไร ความเห็นของ Carguru-bysetthi เพราะเกียร์ MT จะเสียเวลากว่าในการเข้าเกียร์เนื่องด้วยต้องเหยียบคลัชใส่เกียรี์เเละปล่อยคลัช จึงต้องดึงระบบเบรกเข้ามารร่วม จะเห็นความเเตกต่างอย่างชัดเจนจากการทดลอง สำหรับเกียร์ MT ระบบสามารถหน่วงรถไว้ให้ได้ถึง 3 วินาที ทั้งๆที่เราใส่เกียร์ N เเต่เกียร์ AT ใส่เกียร์ NรถใหลทันทีเพราะAT ต้องใช้เเรงส่งจากเกียร์มาร่วม
สรุปMT
-จอดรถบนเนิน
-กดเบรกให้สนิท
-เข้าเกียร์N(เหยียบคลัช)
-ปล่อยเบรก .....รถไม่ไหล
เเต่ประโยชน์ทั้ง 2 เกียร์เหมือนกันคือช่วยผู้ขับขี่ให้ออกตัวบนทางลาดชันได้ง่ายขึ้น
เกียร์ Mt ใน Ranger wildtrak MT

-จอดบนเนิน
-กดเบรคให้สนิท
-เข้าเกียร์N (หรือจะใส่เกียร์ก็ได้เเต่ไม่ต้องปล่อยคลัช)
-เหยียบคลัช
-ปล่อยเบรค
ไม่ไหลครับ
**ลองเเบบนี้ไม่ไหล
ตามความเข้าใจ พอเราเหยียบคลัช ระบบจะทำงาน เพราะระบบจะเข้าใจว่า ผู้ขับขี่กำลังจะเข้าเกียร์เพื่อส่งรถไปข้างหน้าหรือข้างหลังพอระบบจับได้ว่ารถยุบนเนินจะสั่งมาหน่วงเบรคไว้2-3วินาทีเพื่อให้ผู้ขับขี่ใส่เกียเเละปล่อยคลัชส่งรถทันก่อนที่รถจะไหล


สรุปความเเตกต่างตามความเห็นส่วนตัวของ
Carguru-bysetthi 
HLA ในเกียร์AT ใช้เเรงส่งจากเกียร์D หรือเกียร์R มาร่วม
HSAในเกียร์MT ใช้ระบบเบรกมาร่วมไม่เกี่ยวกับเเรงส่งเกียร์

เเสดงความคิดเห็นกันดูน่ะ ว่ามองมุมมองจากฟังก์ชั่นนี้เป็นเช่นไร

เเละนี่ก็เป็นอีกเรื่องราวนึงที่  Carguru-bysetthi นำมาอัปเดทเเละขยายความกันเพราะเทคโนโลยีมันขับเคลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา