วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)ทึ่งเมื่อHill Descent control FORD ใช้ได้ทังเกียร์ D เเละR - Car GURU By Setthi

ทดสอบHill Descent control FORD 
ใช้ได้ทังเกียร์ D เเละR - 
Car GURU By Setthi                                        

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

Hill Descent control"หรือว่าระบบควบคุมการลงเขาอัตโนมัติ ระบบนี้จะใช้ในทางที่มีความชันมากๆหรือในการลงเขา ส่วนใหญ่สาวก ออฟโรด ก็น่าจะรู้จักกันดี เเละคงเคยเล่นระบบนี้กันมาบ้าง สำหรับคอลัมน์นี้ carguru-bysetthi เลยหยิบ ระบบนี้มาพูดคุย เเละจะหยิบยกระบบนี้ของ ค่ายพันธ์เเกร่ง F O R D เพราะมีความสามารถด้านความเเกร่งอยู่เป็นทุนเดิม เเละที่ทึ่งกับระบบก็คือระบบนี้ สามมารถใช้ในการลงเขา "เเบบถอยหลังได้ด้วย

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อรับชมวีดีโอ
เลื่อนลงล่างสุดเพื่ออ่านบทความเเละการทำงานของระบบ



ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carguru-bysetthi


รุ่นที่มี HDC
มีใน EVEREST3.2 TITANIUM+  RANGER WILDTRAK 3.2 4x4

หลักการทำงานของระบบ
ระบบจะรับคำสั่งมาจาก เซ็นเซอร์. ผมจำชื่อเซนเซอไม่ได้. หน้าที่ของเซนเซอร์ตัวนี้ คือ จับทิศทางของรถ สามารถวัดได้ทุกแนวแกน พูดง่ายๆ คือ ไม่ว่ารถจะเอียงซ้าย เอียงขวา หน้าทิ่ม หัวตำ ตูดขวิด ก็สามารถจับได้หมดทุกทิศทาง (น่าจะเป็นตัวเซนเซอตัวเดียวกับroll over หรือระบบป้องกันพลิกคว่ำ).  
 HDC จะอาศัยสัญญาณหลักจากเซนเซอร์ตัวนี้ เพื่อประมวลว่ารถกำลังเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน แล้วนำมาประมวลผลร่วมกับเซนเซอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นองศาพวงมาลัย คันเร่ง เเรงบิดเครื่องความเร็วรถ. เเละเมื่อพบว่ารถเสียการทรงตัวก็จะมีการสั่งให้ระบบเบรคบางล้อทำงาน เพื่อให้หักล้างกับทิศทางที่กำลังเสียการทรงตัวอยู่. ทำให้รถกลับมามีสมดุล. การสั่งงานให้เบรคทำงานเป็นบางล้อ
ยังมี Ebd หรือ 
ระบบกระจายแรงเบรค เข้ามาเเทรกเเซงการทำงานอีกด้วย ทำให้ขณะที่ระบบมาเเทรกเเซงการทำงานของเบรค จึงไม่มีอาการปัด เพราะ EBAร่วมด้วย โดยเฉพาะจังหวะที่มีการเบรคอย่างรุนแรง 
เเละผมคาดเดา บางจังหวะอาจมี EBA มาร่วมด้วย
(อาจารย์ทุกท่านคงทราบการทำงานของ EBDเเละEBAอยู่เเล้ว)

***carguru-bysetthi เพียงเเค่เล่าความรู้งูๆปลาๆ จากที่ลองจริงเท่านั้น ผิดพลาดประธานโทดด้วยครับ เเต่ตอนลองมันเป็นเเบบนั้นเลยเอามาอธิบายครับ

**ไม่ต้องตั้งค่าใด
การเปิด-ปิดระบบ
ปุ่มเปิดเปิดจะอยู่ตรงกลางของปุ่น TMS (สำหรับรุ่นEVEREST)
ปุ่มเปิด-ปิดจะอยู่หน้าคันเกียร์ (สำหรับรุ่น RANGER)



ขอบเขตความสามารถ
-กรณีทางยาวๆสามารถใช้ร่วมกับระบบ Cruise control
-เปิด-ปิดได้ทุกตำเเหน่งเกียร์เเละทุกระบบขับเคลื่อน
-กรณีเปิดใช้เเล้วควรปิดกลับเพราะมิฉนั้นรถจะเร่งเครื่องไม่ขึ้น

เรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ carguru-bysetthi นำมาให้ได้ติดตามการใช้งานกันเป็นประจำ โดยจะเน้นการใช้งานจริงเเละเสริมขอบเขตความสามารถของเเต่ละระบบ เพื่อให้ผู้ใช้ฟอร์ดได้ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆของฟอร์ดได้อย่างครบถ้วน
ติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก








(มีคลิป)เทพไปไหน FORD EVERESTมีตาหลัง พร้อมเตือนที่กระจกข้าง-Car GURU By Setthi

เทพไปไหน FORD EVERESTมีตาหลัง 
พร้อมเตือนที่กระจกข้าง
Car GURU By Setthi                                        

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต 
074-610947

FORD EVEREST" ตั้งเเต่เปิดตัวมาก็มีการตอบรับเป็นอย่างดี จนกำลังการผลิต ไม่ทันรถค้างส่งมอบมากมาย เเละยังได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมเเละอีกหลายๆรางวัล เนื่องด้วย EVEREST เป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย การช่วยเหลือผู้ขับขี่ เเละความบันเทิง จึงทำให้นักขับในเมืองไทยตัดสินใจรอ EVEREST เเละยิ่งเรื่องความปลอดภัยรถค่ายนี้ไม่ต้องพูดถึงมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ความปลอดภัยในการช่วยเหลือการขับขี่ของ EVEREST ใช่จะมีเฉพาะด้านหน้า เพราะด้านหลังก็เกิดอันตรายได้เพราะผู้ขับขี่มองไม่เห็นเเละด้านหลังนอกเหนือจากเซ็นเซฮร์เเละกล้องมองหลังที่รถทั่วไปมีเเล้ว EVEREST มีมากกว่านั้น "ก็คือประเด็นที่จะพูดคอลัมน์นี้ Cross Traffic Alert"
หรือว่าระบบคอยเตือนขณะถอยหลัง ซึ่งทำงานได้ดีกว่าเซ็นเซฮร์เเน่นอน

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ
เลื่อนลงด้านล่างเพื่ออ่านบทความ




ขอบคุณวีดีโอจาก Youtube Channel ช่อง Carguru-bysetthi


หลักการทำงานเบื้องต้น
-เมื่อต้องถอยออกจากซองจอด ระบบจะตรวจจับรถที่วิ่งมาจากทางซ้าย และขวา
-ทำงานเมื่อใส่เกียร์ถอย
ระบบสามารถตรวจจับรถที่วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ในระยะ 40 ม. และถอยหลังโดยใช้
ความเร็วไม่เกิน 12 กม./ชม.

ลักษณะการเตือน
-เตือนที่หน้าปัดTFT

-เตือนที่กระจกโดยเตือนผ่านระบบจับจุดบอดด้านที่รถวิ่งมา

รุ่นรถที่มี
-EVERTEST 2.2 เเละ 3.2 TITANIUM+

การตั้งค่า
-Driver Assist
-Cross Traffic Alert


เเละนี่ก็เป็นเทคโนโลยีดีๆอีกเทคโนโลยีนึงที่ carguru-bysetthi นำมาเเนะนำการใช้งานกันเพื่อกลุ่มเเฟนคลับ เเละกลุ่มคนรักฟอร์ดจะได้ใช้เทคโนโลยีฟอร์ด    อย่างเต็มสามารถเเละคุ้มค่ากับเทคโนโลยีที่ทางฟอร์ดมอบให้มา carguru-bysetthi เป็นเว็ปที่ไม่เหมือนเว็ปทั่วไป เพราะจะเน้นการใช้งานจริง เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้จริง ติดตามเเละเเชร์ต่อๆกันได้ทุกช่องทางสะดวก 










วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)ทดสอบการปิดเซ็นเซอร์หน้าใน EVEREST:Car GURU By Setthi

ทดสอบการปิดเซ็นเซอร์หน้าใน 
EVEREST:
Car GURU By Setthi                                

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพประกอบ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต 
074-610947

เซ็นเซอร์กะระยะในรถยนต์" หากพูดถึงเซ็นเซอร์ กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปเสียเเล้ว เพราะทุกๆค่ายเริ่มใส่เซ็นเซฮร์กะระยะการถอยมาตั้งเเต่ตัวกลางๆของรถ เเละถ้าตัวท้อปสุดไม่ต้องพูดถึงมีมาให้เเน่นอน เเต่โดยปกติเรามักจะบบเซ็นเซฮอร์ เฉพาะด้านหลัง ซ฿่งก็คุ้นชินกันเป็นอย่างดี เเต่ใน F O R D กลับใส่เซ็นเซอร์ด้านหน้ามาให้ ซึ่งถือว่าเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถที่เเคบๆได้ทั้งด้านหน้าด้านหลังเลย จึงเป็นประเด็นในคอลัมน์นี้ว่า เซ็นเซอร์ด้านหน้าสามารถปิดได้หรือไม่

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ
เลื่อนลงล่างสุดเพื่ออ่านบทความ



ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carguru-bysetthi


หลักการทำงาน
เซ็นเซอร์ด้านหน้า 
ทำงานระยะ70 ซม ด้านข้าง 50 ซม
ถ้ามีวัตถุในระยะ 30 ซม ขณะที่เราเคลื่อนที่ เซ็นเซอร์จะเตือน 

ขีดจำกัดความสามารถ
ถ้าเราหยุดรถเกิน2วินาที ระบบจะยกเลิกการเตือน 
ระบบจะทำงานเมื่อความเร็วไม่เกิน 12 กม/ชม
ส่วนเกียร์ถอย เซ็นเซอร์ด้านหน้าจะทำงานก็ต่อเมื่อมีวัตถุเคลื่อนที่เข้ามาหาเท่านั้น

รุ่นรถที่มีเซ็นเซอร์หน้า
-EVEREST 2.2 เเละ 3.2TITANIUM+
-RANGER WILDTRTAK 3.2

การตั้งค่าเปิด-ปิดเซ็นเซอร์หน้า
กดปุ่ม OFF ที่บริเวรเหนือคันเกียร์



การตั้งค่าเซ็นเซอร์หลัง
-ไปที่หน้าจอSYNC
-vihicle
-Enhanced Park Aid คือการปิดกราฟฟิครูปรถที่เเสดง เเต่เสียงเตือนยังคงทำงาน



เทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆ ที่หลายๆคนใช้เป็นเเล้ว เเต่อาจยังมีอีกหลายคนที่ยังใช้ไม่เป็น คอลัมน์นี้ต้องขอบคุณเเฟนคลับที่ให้เกียรติตั้งกระทู้มา carguru-bysetthi จึงหยิบมารีวิวให้ได้รับชมกันเช่นเคย
ติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก







(มีคลิป)ทดสอบระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจรในรถFORD (Lane Keepipg System)Car GURU-By Setthi

ทดสอบระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร
ในรถFORD(Lane Keepipg System)
 GURU-By Setthi                                                

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เสรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

Lane Keepipg System"ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ F O R D ได้มอบมาให้ เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยมากที่สุด ต้องยอมรับว่า ค่ายนี้เค้าขายความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องจริงๆสังเกตุได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆจะอิงมาจากความปลอดภัยเสมอ จึงยึดครองใจผู้ขับขี่ที่รักความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง เเละยิ่งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ต้องบอกว่าส F O R D เป็นที่1เเน่นอนหากเทียบในระดับเดียวกัน คอลัมน์นี้ carguru-bysetthi จึงหยิบยก ระบบ Lane keeping หรือว่าระบบคอยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร ที่ F O R D ได้ใส่มาใน RANGER เเละ EVEREST เพื่อการใช้การอย่างเต็มประสิทธิภาพ

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ
เลื่อนลงล่างสุดเพื่ออ่านการตั้งค่าเเละการทำงานของระบบ



ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carguru-bysetthi


การเปิด-ปิดใช้งาน
ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
Lane keeping
การเปิด-ปิดใช้งาน ให้กดที่หัวของก้านไหเลี้ยว
เมื่อกดเปิด จะมีรูปรถพร้อมกับเส้นประ2ฝั่งข้างๆตัวรถเเสดงบนหน้าจอ TFT นั่นคือการเปิด


รุ่นรถที่มี
EVEREST 2.2 TITANIUM+
RANGER WILDTRAK 3.2

หลักการทำงาน
ระบบจะใช้กล้องด้านหน้าที่ติดยุบนกระจกรถ เพื่อตรวจจับเส้นบนถนนทั้ง.ซ้ายเเละขวา
หมายเหตุ:ถนนมีเส้นฝั่งเดียวก็ทำงานครับจากการทดสอบ 
ระบบจะเริ่มทำงานที่ความเร็ว 65 
เมื่อระบบตรวจพบว่ามีการเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวระบบจะเเจ้งเตือนที่TFT เเละจะเข้ามาควบคุมพวงมาลัยให้กลับเข้าไปอยู่ในเลน

จากการทดสอบของเศรษฐี Carguru-bysetthi
-ระบบจะไม่ทำงานกรณีเปิดไฟเลี้ยว
-ระบบจะไม่ทำงานกรณีเราสาวพวงมาลัย
เเบบรวดเร็วเกิน1ส่วน4รอบ

สามารถปรับตั้งค่าได้ดีงนี้
-ไปที่ Driver Assist ไปที่ Lane keeping 
จากนั้นจะเจอคำว่า mode เเละ intensity
-mode คือ การเเจ้งเตือน
พอกดเข้าไปใน mode จะเจอหน้าต่างย่อย
-Alert only =ระบบจะเตือนอย่างเดียวโดยจะสั่นเตือนอย่างเดียวเมื่อรถกำลังหบุดเลนเเต่จะไม่ควบคุมพวงมาลัยเเละจะไม่นำรถเข้าสู่เลน
-Aid only = ระบบจะช่วยเหลืออย่างเดียว โดยระบบจะไม่สั่นเตือนที่พวงมาลัย เเต่เมื่อพบว่ารถหบุดเลนจะนำพวงมาลัยกบับมาเข้าสู่เลนเอง
-Both= ทั้งช่วยเหลือทั้งเเจ้งเตือน ระบบจะ สั่นเตือนที่พวงมาลัยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเเละควบคุมพวงมาลัยกลับเข้าสู่เลน
**นอกจากนี้ ระบบยังเตือนที่หน้าจอ TFT เเสดงเส้นประเป็นสีเขียว
เหลือองเเละเเดง เขียวคือรถเริ่มเบียดเลน เหลืองรถเริ่มล้ำเลน เเดง รถ จะหลุดเลนเเล้ว

**ต่อไป หน้าต่าง intensity 
คือความรู้สึกการสั่นเตือนของพวงมาลัย
หน้าต่างนี้จะพบ
-hight = การสั่นเตือนขะเเรงสุด
-nomal =การสั่นเตือนปานกลาง
-low = การสั่นเตือนเบาสุด
จากการทดสอบจริง ผิดพลาดประการใดประธานโทษท่านผู้อ่านไว้ ด้วยจริงๆ
เศรษฐี Carguru-bysetthi 




เเละนี่ก็เป็นหนึ่งในห้าเทคโนโลยีที่ฟอร์ดเค้ามอบให้มาซึ่งเเต่ละเทคโนโลยีบอกเลยว่าปลอดภัยใช้ง่ายเเละถ้าใช้ไม่เป็น คลิกมาที่นี่ Carguru-bysetthi ได้ทุกช่องทางสะดวก





วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)สบายทุกการขับเมื่อมีระบบตรวจจับจุดบอด FORD EVEREST Car GURU By Setthi

(มีคลิป)สบายทุกการขับเมื่อมีระบบตรวจจับจุดบอด FORD EVEREST 
Car GURU By Setthi                                                 

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

Bindspot" คือระบบตรวจจับจุดบอด ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถได้ง่ายขึ้นเเละยิ่งมือใหม่หรือคนที่สายตาไม่ค่อยดีนักรับรองว่าปลอดภัย เเละยิ่งกลางคืนเราจะดูอะไรไม่เห็นเเต่ระบบนี้สามารถตรวจจับจุดบอดให้ผู้ขับขี่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน เเละเเน่นอน ค่ายวงรีสีน้ำเงินพันธ์เเกร่งไม่พลาดที่จะใส่ฟังก์ชั่นเเบบนี้มา ฟอร์ดมอบระบบตรวจจับจุดบอดให้ใน EVEREST 

เลื่อนลงด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ




ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channelช่อง Carguru-bysetthi

หลักการทำงานเบื้องต้น

ระบบตรวจจับจุดบอดจะตรวจจับวัตถุที่เราไม่สามารถมองเห็นในกระจกได้โดยวัตถุเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเพราะระบบจะดับได้ทั้งวัตถุที่เคลื่อนไหวเเละหยุดนิ่ง โดยการส่งสัญญาณเตือนจะส่งสัญญาณไปที่กระจกมองข้าง กรณีจับจุดบอดได้ฝั่งขวาก็จะเเสดงไปที่กระจกด้านขวา กรณีจับด้านซ้ายก็จะส่งสัญญาณไปที่กระจกด้านซ้าย เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีสิ่งกีดขวาง

การตั้งค่า
สำหรับในรุ่น EVEREST
-DRIVER ASSIST
-Bindspot เลือกเครื่องหมายถูก



รุ่นปัจจุบันที่มี
EVEREST 2.2เเละ 3.2 TITANIUM+

เรื่องราวสั้นๆที่มีประโยชน์เทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆที่ฟอร์ดใส่ใจ เเละเเน่นอน Carguru-bysetthi เป็นเว็ปที่เเนะนำการใช้งาน เพราะเทคโนโลยีเเค่มีถ้าใช้ไม่เป็นก็ไร้ประโยชน์ 
ติดตาม Carguru-bysetthi ได้ทุกๆช่องทางเช่นเดิม



วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

(มีคลิป)LEDบนกระจกFORDทำงานอย่างไร ระบบเตือนการชนด้านหน้า FORD PRE-Collision Car GURU-By Setthi

LEDบนกระจกทำงานอย่างไร
ระบบเตือนการชนด้านหน้า 
FORD PRE-Collision          
Car GURU-By Setthi                                  

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947


PRE-Collision ระบบนี้ สาวก F O R D คงจะรู้จักกันดีเเต่มันทำงานอย่างไรละ ต้องตั้งค่ามั้ย ปรับระดับการเตือนมั้ย อันนี้ต้องมาหาคำตอบกัน ถ้าว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เเล้ว ค่าย วงรีสีน้ำเงินอย่างฟอร์ดเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเสมอ คนที่ใช้รถฟอร์ดจะได้ใช้เทคโนโลยีก่อนไครๆ อย่างเช่นคอลัมน์นี้ เทคโนโลยี ระบบเตือนการชนด้านหน้า ที่ฟอร์ดมอบให้มาสามารถทำให้ผู้ขับขี่ขับรถได้อย่างมั่นใจเเละปลอดภัยยิ่งขึ้น
เลื่อนลงด้านล่างเพื่อรับชมวีดีโอ





ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channel ช่อง carGuru-bysettgi

รุ่นรถที่มีระบบนี้
-EVEREST 2.2 เเละ 3.2 TITANIUM+
-RANGER WILDTRAK 3.2 

หลักการทำงานเบื้องต้นระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า

ทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 8 กม./ชม. ใช้เรดาร์ที่กันชนหน้าเท่านั้น (ไม่ต้องพูดถึงกล้องหน้านะครับเพราะกล้องที่กระจกคือตัวจับสัญญาณให้lane keeping) 
pre collision ใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ตัวเดียวกันกับAdaptive เวลาทำงาน  pre จะทำแสดงผลที่จอ TFT ตอนความเร็วที่ 30 แต่ตามเทคนิคระบบจะตรวจจับวัตถุได้ตั้งแต่ความเร็วที่ 8  คือ8-29ระบบก็ทำงาน.  เเต่เเสงการเตือนที่TFT เมื่อความเร็ว8ขึ้นไป.  ผมคาดว่ามันขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในการเตือน หากมันไม่อันตราย วิ่งช้าๆ มันไม่ต้องเตือน เหยียบเบรกยังไงก็ทันลองคิดในแง่นี้ดูแล้วกันน่ะครับ 

โดยการเตือนแบ่งเป็น 2 แบบ
1. แบบ LED ขีดสั้น คือการแจ้งเตือนว่ารถเราอยู่ในระยะที่ใกล้แล้ว ซึ่งระบบทำการเตือนเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติม!!!!
2. แบบ LED ขีดยาว และมีเสียงร้องเตือนที่หน้าปัด คือตรวจจับได้ว่ารถเรากำลังเร่งเข้าไปวัตถุด้านหน้า ซึ่งเป็นระยะอันตราย เเละมีรูปรถชนตูดกันที่หน้าปัด TFT นอกจากการเตือน ระบบจะเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกไว้ให้ 0.3 กรัมในระบบ เพื่อให้เราเหยียบเบรกได้ทัน(ย้ำเเค่เตรียมน้ำมันเบรกไม่ได้เบรกให้น่ะครับ)

 **นอกจากนั้น หน้าปัด TFT ด้านขวา รูปรถจะเเสดงบอกระยะห่างระหว่างรถเรากับรถคันหน้า เป็นสี เทา เหลือง และแดง(เเต่ต้องไปตั้งค่าเปิดใช้งานการเเวดงรูปรถก่อนน่ะครับ)ซึ่งรูปรถที่เห็นจะปรากฎเมื่อความเร็วเกิน 30 กม./ชม. เท่านั้นนะครับ ส่วนระยะห่างของสีคือ

เทา = มากกว่า 25 เมตร หรือ มากกว่า 0.9 วินาที
เหลือง = ระหว่าง 17-25 เมตร หรือ ระหว่าง 0.6-0.9 วินาที
แดง = น้อยกว่า 17 เมตร หรือ น้อยกว่า 0.6 วินาที ***ระยะนี้คือระยะที่ประมายการด้วยสายตาครับ. 
นอกเหนือจากการเตือนเเบบ LED เเละ การเตือนเป็นรัศมีบนหน้าจอTFT เเล้ว หากเราเข้าใกล้รถคันหน้าจนเกินไประบบจะมีเเสียงร้องพร้อมกับรูปรถชนตูดกันบนหน้ืจอTFT อีกด้วย

การตั้งค่า
-ไปที่ Driver Assist 
-pre-collision
-จากนั้นจะเจอหน้าต่าง 
มีคำว่า on ให้เลือกติ้กถูกน้าคำว่า on 
ถัดมาจะเจอคำว่า Alert sensitivity
ใน Alert sensitivity จะมีโหมดย่อยคืดความรู้สึกระยะห่างที่ระบบจะเเจ้งเตือน
-high ระยะจะห่างที่สุดประมาน 60 กว่าเมตร
-nomal ระยะปานกลาง ประมาน 30 กว่เมตร
-low ต่ำสุด ประมาน น้อยกว่า 25 เมตร
**หมายเหตุ ระยะที่เเจ้งเป็นการประเมินด้วยสายตาเปล่าจากการทดสอบจริงครับ. 
ต่อมา หน้าต่างสุดท้าย Dist.Indication
หากเราเลือกติ้กถูก จะมีรูปรถเเสดงรัศมีที่หน้าจอ TFT เมื่อคงามเร็วเกิน 30 
ครับ 

บทความโดยเศรษฐี Carguru-bysetthi 

ลักษณะการทำงานของเซ็นเซอร์
เซ็นเซอร์adaptiveเเละpre-conllision ตัวเดียวกัน

1. เซ็นเซอร์ที่กันชนหน้า ของระบบเตือนการชนด้านหน้าเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกันกับ Adaptive Cruise Control  pre จะเริ่มทำงานที่ 8km/hr เเต่ว่าเวลาทำงาน  pre จะทำแสดงผลบน TFTตอนความเร็วที่ 30 แต่ตามเทคนิคระบบจะตรวจจับวัตถุได้ตั้งแต่ความเร็วที่ 8  ผมคาดว่ามันขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในการเตือน หากมันไม่อันตราย วิ่งช้าๆ มันไม่ต้องเตือน เหยียบเบรกยังไงก็ทันลองคิดในแง่นี้ดูแล้วกันครับ. 

2. ไฟ LED ที่กระจก ถ้าขีดสั้นหมายถึงการเตือนธรรมดา  หรือว่าง่ายๆ รถเรา กับรถคันหน้าอยู่ในระยะไม่ใกล้จนเกินไป แต่หากเป็นขีดยาว จะมีเสียงเตือนที่หน้าปัด คือการเตือนที่อันตราย รถจะเตรียมน้ำมันเบรกไว้ให้พร้อม เพื่อที่เราจะได้หยุดทัน แต่ไม่มีการเบรก หรือชะลอรถให้ครับ. 

ส่วน Adaptive Cruise Control หากรถคันหน้าเบรก รถเราก็เบรกนะครับ ไม่ใช่การชะลอ แต่มันเบรกเลยครับ.  
3.pre-collisionทำงานที่ 8km/h ขึ้นเเต่จะเเสดงผลบนTFTที่ 30 km/hr ขึ้นไป...ส่วนadaptive ความเร็วเริ่มต้นที่ใช้งานได้คือ 30km/hr
***ทั้ง2ระบบ ทำงานพร้อมกันถึงเเม้ว่าจะใช้เซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน. ยืนยันครับ

เเละนี่ก็เป็นเรื่องราวเทคโนโลยีดีๆที่ Carguru-bysetthi  เอามาฝากกันเสมอ เพราะเทคโนโลยีเเค่มีไม่เกิดประโยชน์ต้องใช้เป็นจึงจะเกิดประโยชน์ 
สามารถติดตามเรื่องราวดีๆได้ทุกช่องทางสะดวก




วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

FORD Adaptive Cruise Control เบรกทันทีเมื่อคันหน้าเบรกCar GURU-By Setthi

FORD Adaptive Cruise Control 
เบรกทันทีเมื่อคันหน้าเบรกCar 
GURU-By Setthi                                       

เนื้อเรื่อง:เศรษฐี
ภาพ:เศรษฐี
สนับสนุน:ฟอร์ดพัทลุง จ.วินิต
074-610947

AdaptiveCruise Control
คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเเบบรักษาระยะห่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบระบบนี้ในรถ SUV ที่มีราคาสูงๆหรือค่ายรถดังๆที่มีราคาเริ่มต้น หลัก 3 ล้าน ฟังมาอาจดูเวอร์ไปเเต่ปัจจุบันยังหาระบบนี้จากรถที่มีราคาล้านกว่าๆยากจริงๆ เเละยิ่งรถกระบะต้องบอกเลยว่าเเทบจะไม่มีค่ายไหนใส่ให้มา เเต่เจ้านี้เค้าเป็นเจ้าเเรกที่ใส่มาให้ในรถกระบะอีกเเล้ว นั่นก็คือ FORD นอกจากจะใส่มาให้ใน EVEREST เเล้ว ในกระบะรุ่น WILDTRAK 3.2 ยังสามารถสนุกเเละปลอดภัยกับเทคโนโลยีนี้ได้อย่างคุ้มค่าเเน่นอนกับ F O R D




ขอบคุณวีดีโอจาก youtube channei ช่อง carguru-bysetthi

การเริ่มทำงาน
ระบบควบคุมความเร็วเเบบรักษาระยะห่าง
(Adaptive cruise control)
ระบบจะเริ่มทำงานที่ความเร็ว30km/hr
ระบบจะควบคุมความเร็วรถเองเเละรักษาระยะห่สงโดยการเบรคให้เองอัตโนมัติ

-การเปิดใช้งานให้ไปที่เมนู
Driver Assist เลือกเมนูย่อย cruise control
จากนั้นจะมีให้เราเลือกเปิดใช้หรือไม่ใช้ก็ได้
ในหร้าต่างนี้จะมีคำว่า Adaptive เเละ Namal
หากต้องการเปิดใช้ให้เลือก Adaptive หากไม่ต้องการใช้ให้เลือก Nomal ****
****หมายเหตุ:หากเลือก nomal ระบบจะควบคุมความเร็วอัตโนมัติอย่างเดียวจะไม่มีการรักษาระยะห่างให้เราระบบจะไม่เบรคให้เรา!!! 

-การตั้งค่า
หลังจากเปิดใช้งานการตั้งค่าสามารถตั้งค่าระยะห่างได้จากพวงมาลัยโดยจะมี ให้เลือก 4 ระดับ
**โดยระดับจะเเสดงที่หน้าจอTFT ก็ต่อเมื่อเรากดปุ่ม เปิด  Cruise control  ใช้งาน เมื่อเปิด cruise control ใช้งานระดับบน TFT จะเเสดงเราสามารถกดเลือกระดับได้
โดยระดับจากการทดสอบส่วนตัวของเศรษฐี
เป็นการประมานการด้วยสายตา
ระยะห่างของระบบควบคุมความเร็วเเบบรักษาระยะห่าง(adaptive)

ความเร็วรถ 100
ตั้งระดับ 1ขีด ระยะห่าง = ประมาน 25-30เมตร
ตั้งระดับ 2ขีด ระยะห่าง = ประมาน 35-30เมตรตั้งระดับ 3ขีด ระยะห่าง = ประมาน 45-50 เมตร
ตั้งระดับ 4ขีด ระยะห่าง = ประมาน 60-65 เมตร
ระยะห่างโดยประมานครับก่ะกับสายตา
โดยทดสอบความเร็วรถที่ 100km/hr
หากรถเร็วกว่านี้ระยะห่างจะสั้นลงด้วยครับ


เศรษฐี


***หมายเหตุ
-ระบบจะไม่ทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า20
-ระบบจะไม่ทำงานหากเบรคติดต่อกันนานจนเกินไป
-เมื่อไหร่ที่คนขับกลับมาเหยียบคันเร่งเองระบบจะโดนยกเลิกทันทีจะไม่เบรกให้หากเราเข้าใกล้รถคันหน้า

เเละนี่ก็เป้นอีกเทคโนโลยีนึงที่ Carguru-bysetthi อยากเเนะนำให้ใช้ เพราะเป็นประโยชน์มากๆ เเละคาดว่าคงจะพอเข้าใจหลักการทำงาน ที่ได้นำเสนอไป สามารถติดตามได้ทุกช่องทางสะดวก